นางแบบไม่ได้ถูกว่าจ้างให้หิวโหย - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

นางแบบไม่ได้ถูกว่าจ้างให้หิวโหย

Fashion Photographer James Santiago

หนึ่งในหน้าที่ของนางแบบ คือการถูกว่าจ้างให้มีร่างกายผ่ายผอม

แต่เบื้องหลังความผอมเพื่อให้ได้รับเกียรติ และก้าวขึ้นไปเดินบนรันเวย์แฟชั่นวีค โชว์ร่างกายที่ปกคลุมด้วยเสื้อผ้าระดับ Haute Couture คือกระบวนการรีดน้ำหนักเพื่อทำให้ตัวเองผ่ายผอม “ตามมาตรฐานความงามของโมเดลลิ่ง”

ผู้หญิงหลายคนอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบตัวเองกับนางแบบบนปกแมกาซีน ผลลัพธ์ที่ได้คือ ความรู้สึกผิดบาปที่ต้นขาตัวเองเบียดกันจนไร้ช่องว่าง

เพื่อปลดปล่อยผู้หญิงจากความทุกข์ระทม เพราะพวกเธอมีร่างกายผ่ายผอมแบบที่นางแบบเป็นไม่ได้ ก็ต้องเริ่มที่การแก้ไขธรรมนูญความงาม ว่าด้วยเรื่องการคัดนางแบบเข้าทำงาน!

โปรเจ็คท์ ‘Women’s Equality Party Campaign’ หนึ่งในนโยบายของพรรค Women’s Equality party (WEP) ประเทศอังกฤษ ถูกชูขึ้นเพื่อทำลายวัฒนธรรมการใช้ ‘ชุดตัวอย่างไซส์เล็ก’ และวิกฤติการแข่งขันอดอาหารของเหล่านางแบบเพื่อให้ได้รับคัดเลือกขึ้นเดินบนรันเวย์ ด้วยการเรียกร้องให้อุตสาหกรรมแฟชั่นเปลี่ยนแปลงวิธีการคัดเลือกนางแบบเข้าทำงาน จาก ‘ไซส์’ และ ‘รูปร่าง’ รวมทั้งยุติการผลิตเสื้อผ้าในไซส์ที่คนปกติใส่ไม่ได้

โซฟีย์ วอร์คเกอร์ (Sophie Walker) ผู้นำแห่งพรรค WEP* เผยที่มาของโปรเจ็คท์นี้ว่า รากของปัญหาเรื่องอุดมการณ์ความสวยงามที่ถือความผอมเป็นสรณะนี้ ส่วนหนึ่งมาจากมาตรฐานความงามที่กำหนดขึ้นจากบรรดาดีไซเนอร์และระเบียบการคัดเลือกนางแบบเข้าทำงานของเอเจนซีต่างๆ

ที่มา : alchetron.com
Sophie Walker

“เจ้าเสื้อผ้าที่เล็กแสนเล็กแสนเล็กแสนเล็กนี้ มันเป็น ‘ไซส์ปกติ’ ของผู้หญิงที่อดอาหารราวกับไพร่ทาสเท่านั้นที่จะใส่ได้ นางแบบเหล่านี้ถูกว่าจ้างให้หิวโหยอย่างมากเพื่อที่จะใส่เจ้าเสื้อผ้าพวกนี้ได้ลง

“แคมเปญนี้ไม่ได้พูดเรื่องสูตรการอดอาหารอย่างรวดเร็วภายใน 3 วันก่อนขึ้นเวที แต่เรากำลังพูดกันถึงเรื่องการเตรียมร่างกายของเหล่านางแบบเป็นเดือนๆ ก่อนทำงานด้วยโปรแกรมการกินอาหารที่เต็มไปด้วยโภชนาการ พวกเธอต้องไม่ถูกบีบให้ทำงาน และว่าจ้างให้เป็นคนมีสุขภาพย่ำแย่”

มาตรการของโปรเจ็คท์นี้ คือการกลับไปตั้งเงื่อนไขให้บรรดาเอเจนซีเซ็นรับรองว่า การคัดเลือกนางแบบเข้าทำงานนั้น จะต้องรับนางแบบที่มีค่า BMI 18.5 – ค่าต่ำสุดของมาตรฐานความผอมที่รับได้และถือว่ามีสุขภาพดี – และหากพวกเธอจะลาออก ก็ต้องได้รับการรับรองจากการแพทย์ว่าการลาออกของเธอนั้น เป็นไปด้วยความมีสุขภาพดี ดังที่ถูกระบุไว้ในกฎหมายของประเทศฝรั่งเศส สเปน อิตาลี และอิสราเอลแล้ว

นอกจากนี้ เธอยังเรียกร้องต่อ British Fashion Council เพื่อออกกฎเกณฑ์ให้เหล่าดีไซเนอร์ทำชุดตัวอย่าง อย่างน้อยสองชุด หนึ่งในจำนวนนั้นต้องมีชุดตัวอย่าง ที่มีไซส์มากกว่าไซส์ 12 UK

รุกคืบไปมากกว่านั้น โปรเจ็คท์นี้ยังออกแคมเปญที่สู้กับกรอบคิดของผู้คนผ่านโซเชียลมีเดีย ด้วยการสร้างแฮชแท็ก #NoSizeFitsAll ที่มีนัยว่า ‘ความสวยไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเดียว’ ด้วย

เธอหวังว่ามาตรการเหล่านี้จะมีผลเป็นรูปธรรมให้เกิดความหลากหลายของความงามในนางแบบได้จริงในลอนดอน แฟชันวีคปีหน้า

ที่มา : www.listal.com
jada sezer

เจดา เซเซอร์ (Jada Sezer) นางแบบพลัสไซส์เจ้าของคำพูด ‘I don’t want to be a model, I want to be a role model’ หนึ่งในนางแบบที่เข้าร่วมในโปรเจ็คท์นี้เห็นว่า หนึ่งในความเชื่อฝังหัวเรื่อง ‘ความสวย = ผอม’ ของผู้หญิง โดยไม่รู้ตัว มันถูกผลิตขึ้นมาจากอุตสาหกรรมแฟชั่น โดยเฉพาะ ‘ภาพ’ ความงามที่ถูกผลิตมาจากโลกแฟชั่น

“สิ่งที่ครอบงำความคิดเรื่องคุณค่าความสวยของหญิงสาว มันไม่มีอะไรใหม่เลย มันคือตอกย้ำภาพต้นแบบหรือภาพจำของความสวยในเรือนร่างผู้หญิงว่าต้องเป็นแบบไหน มันปรากฏอยู่ในทุกสื่อ ทีวี โฆษณา แมกาซีน

“โดยเฉพาะในยุคสมัยที่อินเทอร์เน็ตเฟื่องฟู อุดมการณ์เหล่านี้ไม่ได้ถูกผลิตมาจากสื่อกระแสหลักอย่างเดียวเท่านั้น ตอนนี้มันถูกส่งตรงมาจาก ‘ปักเจก’ จากอินสตาแกรมของผู้คน พวกเขาผลิตมันเพื่อจะบอกว่านี่คือคุณค่าของชีวิต”


Women’s Equality Party (WEP) พรรคการเมืองเพื่อความเท่าเทียมของผู้หญิง หากหมุดหมายของพรรคไม่ได้อยู่ที่การต่อสู้เพื่อปลดปล่อยผู้หญิงเพียงประการเดียว หากโซฟี วอล์คเกอร์ ผู้นำพรรคเชื่อว่า ผู้หญิงคือมูลค่าทางการตลาดที่ไม่เคยมีใครเล็งเห็น และทั้งกำลังซื้อหรือนโยบายที่ยึดอยู่กับการปลดพันธนาการความเชื่อเรื่องเพศ จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลให้กับภาวะความไม่มั่นคงและตกต่ำด้านเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรได้

 


ที่มา:
theguardian.com

 

Author

กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY