เพื่อสร้างคอมมิวนิสต์เลือดใหม่ จีนเปิดโรงเรียนกองทัพแดง

ปลายเดือนกันยายน 2017 เอกสารจากผู้อำนวยการของสำนักงานทั่วไปแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน (the General Office of the Communist Party of China: CPC) ระบุว่า ต่อไปนี้หลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนประถมและมัธยมประเทศจีนกว่า 283,000 แห่ง จำเป็นต้องมีวิชาว่าด้วยเรื่องคุณค่าสังคมนิยม (socialist) โดยนักเรียนต้องเข้าใจและสนับสนุนแนวทางของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ รู้จักระเบียบ หน้าที่ และต้องมีใจรักประเทศชาติของตัวเอง ท่ามกลางการคัดค้านของผู้ปกครองชาวจีนรุ่นใหม่ และแม้กระทั่งผู้ปกครองที่เข้าใจแนวทางคอมมิวนิสต์เอง ก็ตั้งคำถามกับหลักสูตรที่ให้ลูกหลานของพวกเขาต้องลุกขึ้นมาใส่เครื่องแบบและผ้าพันคอสีแดง

“(ความสุขที่มีทุกวันนี้) มันมาจากเลือดเนื้อของนักปฏิวัติผู้สละชีวิตเพื่อชาติ จากทหารในกองทัพแดง!” หลี่ เจียเฉิง (Li Jiacheng) เด็กชายอายุ 9 ปีตอบคำถามของครูที่ว่า ‘ความสุขทุกวันนี้ของเรามาจากไหน ใครเป็นผู้มอบให้’ หลังคำตอบนี้เสียงปรบมือดังขึ้นในห้องเรียน ขณะที่ผู้เป็นครูยิ้มพอใจ ข้อความในเครื่องหมายคำพูดอยู่ในสารคดีเชิงข่าวชื่อ To Inspire Young Communists, China Turns to ‘Red Army’ Schools (เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คอมมิวนิสต์รุ่นใหม่ จีนเลือกสร้างโรงเรียนกองทัพแดง) เขียนโดย ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดส (Javier Hernandes) นักข่าว The New York Times ประจำประเทศจีน

เฮอร์นันเดส อธิบายให้เห็นการเมืองในประเทศว่า สิบปีมาแล้วที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนพยายามจะฟื้นอุดมการณ์ของพรรคคืนมา ในหนังสือเรียนพื้นฐานจะมีแนวคิดลัทธิมาร์กซ์ แนวคิดเหมา ลัทธิชาตินิยมและความจงรักภักดี รวมถึงประวัติศาสตร์ที่ว่าญี่ปุ่นเป็นฝ่ายรุกราน พร้อมกันนี้ยังมีวิชาการแพทย์แผนจีนและลัทธิขงจื๊อ ที่ถูกอธิบายว่าคือที่มาความยิ่งใหญ่ของแดนมังกร แต่ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าสิ่งที่อยู่ในหลักสูตรการศึกษาทั้งหมด จะถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมกันนั้นก็กลัวว่าการที่เด็กรุ่นใหม่ต้องปะทะกับหลากความเชื่อซึ่งพวกเขาควบคุมไม่ได้ จะทำให้เยาวชนรุ่นใหม่ตั้งคำถามต่อสิ่งที่อยู่ในหนังสือเรียน

อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงผู้ที่ชอบใจในลัทธิสังคมนิยมบางส่วน ได้ออกมาประท้วงหลักสูตรดังกล่าว เช่นในมณฑลเจ้อเจียง (Zhejiang) ที่เป็นมณฑลร่ำรวยและเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ

“มันเหมือนกับเราต้องเรียนทฤษฎีวิวัฒนาการของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน ในตอนเช้า แล้วกลับมาเรียนเรื่องความเชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลกและมนุษย์ (creationism) คุณคิดว่าเด็กๆ จะประมวลความรู้ทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างไร?” เติ้ง จื้อกั๋ว (Deng Zhiguo) ผู้ปกครองลูกสองซึ่งศึกษาที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งกล่าว

ขณะที่รายงานในประเทศจีนปี 2010 ระบุว่า ประชากรจีนรุ่นใหม่เข้าใจเรื่อง propaganda เรื่องปฏิบัติการกล่อมเกลาทางสังคม และแสดงความเห็นว่าการที่รัฐบาลจีนพยายามรื้ออุดมการณ์ชาตินิยมในยุคสมัยปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์

“แนวคิดและนโยบายของพรรคไม่มีชีวิตและไม่สร้างสรรค์ ฉะนั้นสิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้ ก็คือการใช้ความรุ่งโรจน์ในอดีตมาแช่แข็งความคิดของคนรุ่นใหม่เอาไว้” คือคำกล่าวของ จาง ลี่ฟาน (Zhang Lifan) นักประวัติศาสตร์ชาวจีน ในกรุงปักกิ่ง

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้สร้างโรงเรียน ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันว่ามันมีแนวคิดของกองทัพแดงเป็นกระดูกสันหลังทั่วประเทศกว่า 231 โรงเรียน และขยายต่ออุดมการณ์นี้ไปยังมหาวิทยาลัยซึ่งสั่งแบนหนังสือที่เกี่ยวกับแนวคิดตะวันตก และเป็นมหาวิทยาลัยที่จำกัดสิทธิในการพูด (free speech) นับตั้งแต่เหตุการณ์สังหารหมู่จตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อปี 1989

โรงเรียนกองทัพแดง

เครื่องแบบนักเรียนที่โรงเรียนประเภทนี้จะเป็นชุดทหาร ทับด้วยผ้าพันคอสีแดง หนังสือเรียนอธิบายอุดมการณ์เหมา คุณค่าของการปฏิวัติ และเล่าเรื่องฮีโร่ผู้ปลดปล่อยประเทศจีนจากการรุกรานของญี่ปุ่น

“ขณะที่ประเทศอื่นทุกข์ทรมานจากสงคราม ผู้คนยากจนและหิวโหย เพราะฉะนั้น จงอย่าลืมความเสียสละที่ทหารในกองทัพแดงได้เสียสละเพื่อพวกเรา” คือคำของ เซี่ย หง (Xie Hong) ครูชาวจีนในโรงเรียนกองทัพแดง ซึ่งห้องของเธอนั้นคือนักเรียนที่โดดเด่นและมีผลการเรียนที่ดี

“ทุกวันนี้ชีวิตเรามีความสุข แต่ความสุขนี้มาจากไหน ใครมอบให้แก่เรา?” นักเรียนคนหนึ่งตอบกลับว่า “มันมาจากเลือดเนื้อของนักปฏิวัติผู้สละชีวิตเพื่อชาติ จากทหารในกองทัพแดง!”


อ้างอิงข้อมูลจาก: nytimes.com
news.xinhuanet.com

Editorial Staffเพื่อสร้างคอมมิวนิสต์เลือดใหม่ จีนเปิดโรงเรียนกองทัพแดง

Related Posts

ฮิลเด ลีเชียก: นักข่าวสายอาชญากรรมวัย 10 ปี

ฮิลเด ลีเชียก อายุ 10 ปี ผู้เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ชื่อ Orange Street News เป็นนักข่าวรุ่นเยาว์ที่สามารถทำได้ตั้งแต่ข่าวเล็กๆ ใกล้บ้าน จนถึงข่าว hard news เรื่่องราวของฮิลเดถูกเผยแพร่ในหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน Hilde Cracks the Case

ไล่เด็กออกจากโรงเรียน กับราคาที่ต้องจ่าย

ในอังกฤษเด็กทุกๆ 1 ใน 200 คน มักจบสถานะนักเรียนตนเองจากการถูก 'ไล่ออก' ซึ่งเป็นมาตรการของโรงเรียนที่ต้องการลดจำนวนเด็กมีปัญหาในโรงเรียน แม้จะรู้ว่าไม่มีประสิทธิภาพและยังเป็นการสร้างให้เด็กที่ถูกไล่ออกพบเจอกับด้านมืดมากกว่าเดิม