มรณกรรมของ ฮิวจ์ เฮฟเนอร์ ผู้มีพระคุณต่อชายทั่วโลก

ภาพประกอบ: Shhhh

 

วันที่ 27 กันยายน ฮิวจ์ เฮฟเนอร์ เจ้าพ่อแห่ง Playboy เสียชีวิตด้วยวัย 91 ปี ที่ Playboy Mansion ลอสแองเจลิส

ฮิวจ์ เฮฟเนอร์ – ‘เฮฟ’ เกิด 9 เมษายน 1926 เป็นทหารในสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่สองปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ (University of Illinois) ทำงานเป็น copywriter ให้นิตยสาร Esquire ก่อนใช้เงิน 8,000 ดอลลาร์มาลงทุนเปิดตัวนิตยสาร Playboy ฉบับแรกในเดือนธันวาคม 1953 สาว Playboy คนแรกที่ขึ้นปกคือเซ็กซ์ซิมโบลแห่งยุค มาริลีน มอนโร ทำให้ Playboy ฉบับปฐมฤกษ์มียอดขายกว่า 50,000 เล่ม

ฮิวจ์ เฮฟเนอร์ ถือเป็นหัวหอกสำคัญในการปฏิวัติทางเพศในสังคมอเมริกันช่วงทศวรรษ 1960 แม้นิตยสารและการใช้ชีวิตของเฮฟเนอร์ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหายหลายครั้ง โดยเฉพาะจากกลุ่มสตรีนิยม เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า “Playboy ต่อสู้ในเรื่องที่เป็นประเด็นสำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะการคุมกำเนิด” นอกจากนี้เขายังได้ชื่อว่าเป็นผู้ขับเคลื่อนวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่ส่งผลต่อชีวิตคนทั่วโลก ทั้งเสรีภาพทางเพศ สิทธิในการแสดงออก รวมถึง free speech เพราะครั้งหนึ่ง Playboy เคยถูกไปรษณีย์สหรัฐปฏิเสธการจัดส่งหนังสือ

ทั้งโลกรู้จัก Playboy ในฐานะนิตยสารสำหรับผู้ชาย เปลือยได้ทั้งรูปและเรื่อง นอกเหนือจากนี้ Playboy ยังเป็นพื้นที่ให้นักเขียนชื่อดังหลายคนได้เผยแพร่ผลงาน เช่น เรย์ แบรดบิวรี ที่ผลงาน Fahrenheit 451 ของเขาได้ตีพิมพ์ในนิตยสาร เอียน เฟลมมิง ผู้เขียน เจมส์ บอนด์ และ แจ็ค เคอรูแอ็ค ผู้เขียน On the Road

Playboy มีบทสัมภาษณ์ลงตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1962 กับยอดนักดนตรีแจ๊ซ ไมลส์ เดวิส นอกจากนั้น Playboy ยังทรงอิทธิพลมากพอที่จะเข้าสัมภาษณ์บุคคลระดับท็อปของโลกได้ ไม่ว่าจะเป็น ฟิเดล คาสโตร, จิมมี คาร์เตอร์ หรือคนวงการบันเทิง มาร์ลอน แบรนโด และ จอห์น เลนนอน

อาณาจักรเฮฟเนอร์ขยายแบรนด์ Playboy ไปยังสินค้าต่างๆ จนกลายเป็นหนึ่งในอเมริกันแบรนด์ที่มีชื่อเสียงที่สุด ทั้งภาพยนตร์ เสื้อผ้า เครื่องประดับ น้ำหอม ภายใต้ตราประทับ ‘กระต่าย’ (bunny) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Playboy  มาโดยตลอด

ฮิวจ์ เฮฟเนอร์ แต่งงานครั้งแรกในปี 1949 กับ มิลเดรด วิลเลียมส์ มีลูกสองคน ก่อนจะหย่าในปี 1959 เคยแต่งงานสามครั้ง คนหลังสุดคือ คริสตัล อดีต Playmate ซึ่งมีลูกทั้งหมดสี่คน คริสตี ซึ่งเคยเป็น CEO ของ Playboy Enterprises มาเกือบ 20 ปี เดวิด มาร์สตัน และ คูเปอร์

ชีวิตของเฮฟเนอร์เต็มไปด้วยความหรูหรา อาศัยอยู่ใน Playboy Mansion ในลอสเองเจลิส ที่แม้จะขายให้มหาเศรษฐี ดาเรน เมโทรปูลอส แต่ยังมีสิทธิ์อาศัยในอาณาจักรส่วนตัวได้ตลอดชีวิต ภาพที่ปรากฏในสื่อบ่อยๆ คือ เจ้าพ่อ Playboy ในชุดนอนเสื้อคลุมผ้าไหม คาบไปป์ ล้อมรอบด้วยนางแบบ Playmate ไม่ซ้ำหน้า

เขามักพูดคุยถึงพฤติกรรมทางเพศของตัวเองอย่างเปิดเผย ครั้งหนึ่งเขาอ้างในการให้สัมภาษณ์กับ Esquire ในปี 2013 ว่าเคยมีเซ็กส์กับผู้หญิงมาแล้วกว่า 1,000 คน และยังหวังว่าจะ ‘ทำ’ ต่อไปเรื่อยๆ แม้จะอยู่ในวัยใกล้ 90 ก็ตาม กระทั่งไม่นานมานี้ เฮฟเนอร์มีปัญหาทางการได้ยิน และเกือบหูหนวกสนิท สำนักข่าวต่างประเทศบางแห่งอ้างข้อมูลวิจัยว่า เป็นผลจากการใช้ไวอากรามากเกินไป แต่มีคำยืนยันจากหนึ่งในคู่ขาว่า สำหรับเขา การมีเซ็กส์สำคัญกว่าการได้ยิน

แม้สื่อนิตยสารจะอยู่ในยุคตกต่ำ Playboy  ก็เช่นกัน นิตยสาร Playboy ผ่านการตีพิมพ์มาแล้วใน 20 ประเทศทั่วโลก และยังยืนยันว่ามีรายได้จากการขายสินค้าต่างๆ มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี

Playboy ประกาศว่า จะไม่มีการตีพิมพ์ภาพนางแบบ ‘เปลือยทั้งตัว’ ฉบับแรกเดือนมีนาคม 2016 เพราะเป็นของล้าสมัยในยุคที่ใครๆ ก็เข้าถึงสื่อผู้ชายๆ ได้ทางอินเทอร์เน็ต แต่สุดท้ายแล้ว นิตยสารผู้ชายที่ขายดีที่สุดในโลกก็กลับมาตีพิมพ์งานรูปแบบเดิมอีกครั้ง โดย คูเปอร์ เฮฟเนอร์ ลูกชายของฮิวจ์ หนึ่งในผู้บริหาร ยืนยันตามอุดมการณ์ของ Playboy ว่า “วันนี้เรานำตัวตนที่แท้จริงของเรากลับมา และกำลังบอกว่า เราคือใคร”


อ้างอิงข้อมูลจาก:
independent.co.uk
theguardian.com
nbcnews.com
Editorial Staffมรณกรรมของ ฮิวจ์ เฮฟเนอร์ ผู้มีพระคุณต่อชายทั่วโลก

Related Posts

เพศทางเลือกในสถานศึกษา: เรายอมรับจริงหรือเปล่า?

4 เมษายน 2560 คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานเสวนาวิชาการภายใต้หัวข้อ ‘เพศทางเลือกในสถานศึกษา ปัญหา บทบาท และแนวทางปฏิบัติในงานแนะแนว’ เพื่อให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของเพศทางเลือกและบทบาทของครูในโรงเรียน

หญิง-ชาย ความต่างของค่าจ้างที่ไม่เท่าเทียม

6 เมษายน ประเทศอังกฤษประกาศกฎหมายฉบับใหม่ที่บังคับให้บริษัทที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 250 คนขึ้นไป เปิดเผย gender pay gap แม้จะเป็นหมุดหมายสำคัญ แต่ยังมีข้อท้วงติงว่า กฎหมายนี้ก้าวไกลขนาดทำลายอคติทางสังคม มอบโอกาสให้ผู้หญิงเข้าสู่ตลาดงาน และมองเห็นข้อจำกัดเรื่องเพศได้จริงหรือไม่

การกลับมาของห้องเรียนแยกเพศในสวีเดน

สวีเดนใช้ระบบสหศึกษาในห้องเรียนมานาน แต่เมื่อเปิดเทอมหลังปีใหม่ พวกเขาไปโรงเรียนพร้อมกับพบว่า ต้องถูกแยกห้องเรียนเป็น 'เขา' และ 'เธอ' ห้องชายล้วน-ห้องหญิงล้วน