สกัดไม่อยู่ มวลชน ‘คณะราษฎร 2563’ ปักหลักสู้หน้าทำเนียบรัฐบาล - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

สกัดไม่อยู่ มวลชน ‘คณะราษฎร 2563’ ปักหลักสู้หน้าทำเนียบรัฐบาล

ถึงที่สุด ในเวลา 18.30 น. มวลชนคณะราษฎร 2563 ซึ่งเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ก็ถึงจุดหมายคือทำเนียบรัฐบาล โดยการชุมนุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่จะมีการปักหลักชุมนุมแบบยืดเยื้อ 

ประเด็นข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ยังคงเดิม ได้แก่ 1. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และองคาพยพ ลาออก 2. รัฐสภาต้องเปิดประชุมวิสามัญทันทีเพื่อรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และ 3. ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย 

เพียง 1 วันก่อนการเคลื่อนขบวนในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ชุมนุมที่เป็นนักศึกษาและประชาชนไปจำนวน 21 คน ซึ่งตั้งเวทีก่อนการชุมนุมใหญ่เพียง 1 วัน 

WAY ไล่เลียงไทม์ไลน์และบรรยากาศการชุมนุมว่าเกิดอะไรขึ้น ตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมาจนถึงเวลาเย็นย่ำ จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถึงทำเนียบรัฐบาล  

14.30 น. ผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎร 2563 เริ่มเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล โดยมีแถวการ์ดด้านหน้าขบวน 3 ชั้น และมีการ์ดจับมือคล้องแขนขนาบข้าง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ก็ได้ตั้งแถวกั้นเพื่อป้องกันการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรกับมวลชนของฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล ซึ่งในช่วงแรกที่เดินขบวนต้องผ่านกลุ่มผู้ชุมนุมที่สวมเสื้อสีเหลือง นำโดย สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. ที่นัดหมายกันบริเวณพระที่นั่งเจษฎาบดินทร์ ซึ่งเป็นทางผ่านของการเคลื่อนขบวน

14.40 น. เมื่อถึงบริเวณหน้าสหประชาชาติ ผู้ชุมนุมคณะราษฎร 2563 ได้ตะโกนคำว่า “ประยุทธ์ออกไปๆ” ตลอดการเคลื่อนขบวน เมื่อมาถึงบริเวณพระที่นั่งเจษฎาบดินทร์ ได้มีการตะโกนด่าทอตอบโต้กับกลุ่มมวลชนเสื้อสีเหลือง ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นเส้นทางถนนราชดำเนินนอก ทำให้ผู้ชุมนุมต้องเปลี่ยนไปใช้เส้นทางถนนนครสวรรค์แทน เนื่องจากเกรงจะมีการปะทะกับผู้ชุมนุมสวมเสื้อเหลืองอีกกลุ่มที่นัดหมายกันบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์

15.10 น. ผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎร 2563 เคลื่อนขบวนตามถนนนครสวรรค์มาจนถึงตลาดนางเลิ้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตั้งด่านกีดขวาง ผู้ชุมนุมส่งตัวแทนเข้าเจรจาขอผ่านเพื่อเดินทางต่อ พร้อมขอให้พี่น้องหยุดรอและอดทนต่อการยั่วยุจากผู้อื่น 

15.30 น. ผู้ชุมนุมเดินไปถึงสะพานเทวกรรมรังรักษ์ มีรถตำรวจตระเวนชายแดนสกัดก่อนถึงแยกนางเลิ้ง ถึงตรงนี้ผู้ชุมนุมได้หยุดนั่งพักอย่างสงบ ขณะที่ท้ายขบวนมีการเปิดเพลงรักคนเสื้อแดง เพลงเราคือเพื่อนกัน เพลงเห็นเธอที่เยอรมัน เพลงวิบวับ โดยผู้ชุมนุมร่วมเต้นรำไปด้วยกัน

15:55 น. ระหว่างหยุดขบวนตรงนี้เป็นเวลานาน ‘ครูใหญ่’ หรือ นายอรรถพล บัวพัฒน์ หนึ่งในแกนนำชุมนุมประกาศว่าการชุมนุมครั้งนี้เป็น ‘ม็อบกระตุ้นเศรษฐกิจ’ พร้อมโฆษณาอาหารข้างทางผ่านเครื่องขยายเสียงให้ผู้ชุมนุมเลือกจับจ่ายกันตามอัธยาศัย อาทิ น้ำส้ม ปลาหมึกย่าง ลูกชิ้นปิ้ง

16.15 น. กลุ่มคณะราษฎร 2563 เคลื่อนขบวนไปถึงแยกนางเลิ้ง โดยมีเจ้าหน้าที่วางกำลังสกัดกั้น ทั้งตำรวจควบคุมฝูงชน ตำรวจตระเวนชายแดน พร้อมแผงเหล็กและรถบัสจอดกีดขวางอย่างแน่นหนา ตัวแทนผู้ชุมนุมพยายามหาช่องทางเจรจา แต่กลับไม่มีฝ่ายผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ออกมาร่วมเจรจา มีเพียงเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยตั้งแถวสกัด

16.45 น. สถานการณ์เริ่มตึงเครียด ทำให้ผู้ชุมนุมยื่นคำขาด หากไม่มีตัวแทนเจ้าหน้าที่เข้ามาเจรจา ผู้ชุมนุมจะฝ่าแนวกั้นเพื่อเคลื่อนขบวนต่อไปยังถนนพิษณุโลกสู่ทำเนียบรัฐบาล

16.55 น. ผลจากการเจรจาต่อรอง เจ้าหน้าที่ตำรวจยอมขยับรถบัสที่จอดขวาง และจะค่อยๆ ถอยออกไปทีละ 50 เมตร 

17.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมหญิงถือดอกกุหลาบและชูขึ้น เตรียมไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่ผู้ชุมนุมร่วมกันร้องเพลง ‘เราคือเพื่อนกัน’ ของวงสามัญชน

17.20 น. ขณะที่ขบวนหลักและผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ติดด่านสกัดที่แยกนางเลิ้ง ปรากฏว่าที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ มีขบวนเสด็จฯ เคลื่อนผ่านมาทางถนนพิษณุโลก ฝ่ากลางฝูงชนอีกส่วนหนึ่งที่รออยู่บริเวณทางเข้าทำเนียบรัฐบาล พร้อมชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว 

17.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดทางบริเวณแยกนางเลิ้งภายหลังขบวนเสด็จฯ ผ่านถนนพิษณุโลกไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้ผู้ชุมนุมสามารถเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าต่อไปยังทำเนียบรัฐบาล ด้านแกนนำประกาศเตือนให้ผู้ชุมนุมเดินเกาะไหล่กันไปอย่างสันติ  

19.00 น. ขบวนหลักเดินประชิดทำเนียบรัฐบาล สำหรับการชุมนุมครั้งนี้ แกนนำประกาศปักหลักชุมนุมต่อเนื่องเป็นครั้งแรก พร้อมชูข้อเรียกร้อง 3 ข้อ เพื่อกดดันรัฐบาลและรัฐสภา ได้แก่ 1. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และองคาพยพ ลาออก 2. รัฐสภาต้องเปิดประชุมวิสามัญทันทีเพื่อรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และ 3. ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย

Author

กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY