การเลี้ยงสุนัขดีต่อใจเด็กกว่าที่คิด - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

การเลี้ยงสุนัขดีต่อใจเด็กกว่าที่คิด

สุนัขถือเป็นเพื่อนที่แสนดีและซื่อสัตย์กับมนุษย์มาตั้งแต่อดีตกาล ด้วยความน่ารักสดใส ทำให้สุนัขกลายเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของมนุษย์ คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากมายว่า การเลี้ยงสุนัขช่วยให้คุณสุขภาพดีทั้งจิตใจและร่างกาย ใครที่มีเจ้าแสนซน แสนดื้อในบ้านคงรู้กันอยู่แล้วว่า พวกเขาทำให้คุณยิ้มกว้างและมีความสุขขนาดไหน รวมถึงยังช่วยคลายความเศร้าและหม่นหมองของคุณได้ด้วยเพียงการกอด…แน่นๆ สักหนึ่งที

แน่นอนว่า เด็กก็รู้สึกไม่ต่างกับผู้ใหญ่อย่างพวกเรา สำหรับเจ้าตัวจิ๋วแล้วสุนัขเป็นมากกว่าคู่หู คู่ซี้เสียอีก และนี่คือ สิ่งดีๆ จากการเลี้ยงสุนัขที่ดีต่อใจเด็กเหลือเกิน

เล่นกับสุนัขพาคลายเครียด

งานวิจัยชิ้นล่าสุดจากมหาวิทยาลัยฟลอริดา (University of Florida) ได้ออกมายืนยันว่า การเลี้ยงสุนัขช่วยคลายเหงา คลายความเครียดของเด็กได้ไม่ต่างกับที่ผู้ใหญ่รู้สึก โดยทีมวิจัยใช้วิธีการสรรหาอาสาสมัครเป็นครอบครัวที่เลี้ยงสุนัขมาประมาณ 100 ครอบครัว และเด็กอายุตั้งแต่ 7-12 ปี โดยเชิญให้พวกเขามายังห้องแล็บของมหาวิทยาลัยพร้อมกับสุนัขของพวกเขา

ทีมวิจัยกระตุ้นให้เด็กเกิดความเครียดเล็กๆ ด้วยการให้พวกเขาทำจินตคณิตและพูดในที่สาธารณะ ซึ่งทั้งสองวิธีเป็นที่รู้กันว่า มันกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกตึงเครียด และเกิดฮอร์โมนแห่งความกดดันที่เรียกว่า ‘คอร์ติซอล’ (cortisol) ขึ้น หลังจากนั้นเด็กๆ จะถูกสุ่มไปอยู่กับสุนัข ครอบครัวของตัวเอง หรืออยู่คนเดียว เพื่อศึกษาต่อว่าตัวแสดงใดช่วยลดระดับความเครียดได้มากที่สุด

“หลายคนชอบคิดว่าการเลี้ยงสุนัขเป็นสิ่งที่ดีต่อเด็ก แต่นักวิทยาศาสตร์อย่างเรายังไม่มั่นใจว่า ความคิดแบบนั้นถูกต้องจริงหรือไม่ เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราทำประเด็นวิจัยดังกล่าวขึ้นมา ซึ่งสิ่งที่เราค้นพบคือ วิธีการจัดการความเครียดของเด็กก็คล้ายกับผู้ใหญ่อย่างเรา” ดาร์ลีน เคอร์เทส (Darlene Kertes) หนึ่งในทีมวิจัยและผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาคจิตวิทยา คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟลอริดา กล่าว

นอกจากการเฝ้ามองพฤติกรรมของเด็กแล้ว งานวิจัยชิ้นนี้ยังเก็บตัวอย่างน้ำลายของเด็กช่วงก่อนและหลังทำกิจกรรมดังกล่าว เพื่อประเมินว่าความเข้มข้นฮอร์โมนคอร์ติซอลจะเป็นอย่างไร หลังจากเด็กๆ เสร็จสิ้นกิจกรรมทุกอย่าง ผลสรุปไม่ได้บอกแค่ว่าสุนัขช่วยคลายเครียดได้จริง แต่ยังบอกอีกว่า การมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างเด็กและสุนัขช่วยพัฒนาอะไรได้มากกว่านั้น

“ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ความเครียดของเด็กลดลงเมื่อพวกเขาอยู่กับสุนัข เปรียบเทียบกับเด็กที่ถูกสุ่มให้อยู่กับผู้ปกครองหรืออยู่คนเดียว สำหรับเด็กแล้ว ช่วงอายุวัยเด็กตอนกลางถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ความสามารถทางอารมณ์และกายภาพสำหรับจัดการกับความเครียดยังเติบโตไม่เต็มที่ การเรียนรู้ที่จะจัดการกับความเครียดตั้งแต่เด็กจะทำให้พวกเขาเติบโตมามีสุขภาพจิตที่ดีและมีชีวิตการเป็นอยู่ที่ดีกว่า เราจึงจำเป็นที่จะต้องรู้และเข้าใจ ว่าอะไรเหมาะสมที่จะเป็นกันชนความเครียดของพวกเขา” เคอร์เทสอธิบาย

สุนัขพี่เลี้ยงอ่านหนังสือ

นอกจากจะช่วยทำให้สุขภาพจิตของเด็กดีแล้ว การเลี้ยงสุนัขยังช่วยพัฒนาการอ่านของเด็กได้อีกเช่นกัน ไม่ต้องตกใจไป เพราะที่สหรัฐอเมริกาเขาทำกันจริงจังเพื่อให้เด็กๆ หันมาสนใจการอ่านมากขึ้น โดยให้พวกเขาอ่านหนังสือให้เจ้าตูบฟัง ถึงกับมีโครงการจริงจังชื่อว่า Reading Education Assistance Dogs (READ) ก่อตั้งเมื่อปี 1999 ปัจจุบันโครงการดังกล่าวแพร่กระจายไปทั่วโลก อย่างในอังกฤษก็มีโครงการที่ชื่อว่า Bark and Read Scheme Supported by the Kennel Club

สาเหตุที่สุนัขเป็นตัวช่วยให้เด็กสามารถอ่านหนังสือได้มากขึ้น เพราะเด็กจะรู้สึกเป็นกันเองเหมือนอยู่ใน comfort zone มากกว่าอ่านหนังสือให้พ่อแม่ฟัง พวกเขาสามารถอ่านเสียงดังแค่ไหนก็ได้ตามที่เขาต้องการ และแม้จะอ่านออกเสียงผิด ก็ไม่มีใครมาตำหนิให้เขารู้สึกเก้อเขิน การอ่านหนังสือให้สุนัขฟังจึงเหมือนเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับพวกเขา เพราะมีเจ้าตูบแสนซื่อสัตย์ค่อยมองตาละห้อยและตั้งใจฟังอย่างสุดๆ จึงเป็นการช่วยให้เด็กรู้สึกสนุกกับกิจกรรมการอ่าน ซึ่งนำไปสู่การสร้างพฤติกรรมการอ่านที่ดีในอนาคตได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่มีงานวิจัยออกมาอธิบายชัดเจนว่า กิจกรรมดังกล่าวได้ผลจริงหรือไม่ แต่ก็ดูเป็นวิธีที่ผู้ปกครองน่าลองไปใช้เพื่อให้เจ้าตัวเล็กของคุณสนใจการอ่านมากขึ้น

ที่นี้รู้หรือยัง ว่าการเลี้ยงสุนัขดีต่อใจเด็กขนาดไหน


อ้างอิงข้อมูลจาก:
zmescience.com
theconversation.com

 

 

author
กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY