วันตัดสิน คาร์ดินัลจอร์จ เพลล์ โทษ 6 ปี คดีล่วงละเมิดทางเพศ - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

วันตัดสิน คาร์ดินัลจอร์จ เพลล์ โทษ 6 ปี คดีล่วงละเมิดทางเพศ

วันพุธที่ 13 มีนาคม 2019 พระคาร์ดินัลคาทอลิก จอร์จ เพลล์ (George Pell) แห่งออสเตรเลีย ถูกศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลาหกปี หลังจากก่อนหน้านี้ได้ถูกคณะลูกขุนลงมติตัดสินว่ากระทำผิดล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กชายสองคนในออสเตรเลีย

อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงินการคลังของสำนักวาติกันเป็นนักบวชที่มีสมณศักดิ์อาวุโสสูงสุดในองค์กรแห่งศาสนจักรคาทอลิกที่เคยถูกตัดสินว่ามีความผิดทางเพศต่อเด็ก คณะลูกขุนลงมติตัดสินเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วว่า คาร์ดินัลเพลล์ได้ทำร้ายทางเพศต่อเด็กชายนักขับร้องอายุ 13 ปี ในอาสนวิหารแห่งเมลเบิร์นเมื่อปี 1996

คาร์ดินัลเพลล์ วัย 77 ยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเช่นที่ผ่านมา และได้มอบให้ทนายความยื่นอุทธรณ์ต่อศาลแล้ว

ขณะศาลอ่านคำตัดสินโทษ คาร์ดินัลเพลล์ลุกขึ้นยืนตรงด้วยใบหน้าเรียบเฉย พลางเม้มปาก เขาจะไม่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาลดหย่อนโทษภายในสามปีกับอีกแปดเดือน ระยะเวลาของโทษทัณฑ์หกปีเช่นนี้นับว่ายังห่างไกลจากระวางโทษขั้นสูงสุด 50 ปี ระหว่างการอ่านคำพิพากษา มีการถ่ายทอดสดจากห้องพิจารณาของศาลเมลเบิร์นออกเผยแพร่ไปทั่วโลก

ในการพิจารณาตัดสินโทษเพลล์ ผู้พิพากษากล่าวว่านักบวชได้กระทำ “การโจมตีทางเพศที่โจ่งแจ้งและใช้กำลังกับเหยื่อทั้งสอง”

“ความประพฤติของคุณเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง” ผู้พิพากษา ปีเตอร์ คิดด์ (Peter Kidd) กล่าว

เมื่อเดือนธันวาคม 2018 คณะลูกขุนมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าเพลล์มีความผิดตามฟ้องและสมควรถูกลงโทษ หนึ่งในข้อกล่าวหาคือ มีเพศสัมพันธ์กับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี และอีกสี่ข้อหาเป็นการกระทำอนาจารต่อเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี

การกำหนดโทษทัณฑ์ต่อเพลล์ส่งผลสั่นคลอนศาสนจักรคาทอลิกซึ่งเขาเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาใกล้ชิดที่สุดของ พระสันตะปาปาฟรานซิส

นี่คือฉากสุดท้ายของคดีความที่ดำเนินมาตลอดสองปีซึ่งเต็มด้วยการวิ่งเต้นเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อกล่าวหาเรื่องล่วงละเมิดทางเพศ ส่วนใหญ่เป็นไปลับหลังการรู้เห็นของสาธารณชน ตามกฎหมายของออสเตรเลีย

สำหรับชาวคาทอลิกทั่วโลก นี่คือการ ‘ล้มยักษ์’ ครั้งหนึ่งซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อของนักบวชสมณศักดิ์สูงล้ำผู้หนึ่งซึ่งบัดนี้ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในกรงขัง

แอนน์ แบร์เรตต์ (Anne Barrett) แห่งองค์การ BishopAccountability.org ผู้เฝ้าระวังการละเมิดในแวดวงศาสนจักร กล่าวว่า “เรื่องนี้มีความสำคัญมากมาย ชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนและจะกลายเป็นแบบฉบับต่อไป”

บรรดาผู้ประกาศตนว่าเคยตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศและผู้สนันสนุนที่เข้ารับฟังการพิพากษากำหนดโทษออกจากที่ทำการศาลเมลเบิร์นด้วยสภาพอารมณ์แตกต่างกัน บางคนพึงพอใจกับความยุติธรรมแม้เพียงเสี้ยวเล็กน้อย หลายคนบ่นว่ากล่าวไม่พอใจถึงโทษทัณฑ์อันเบาบางแบบเปี่ยมเมตตา

ฟิล นาเกล (Phil Nagel) ผู้เห็นใจเหยื่อการทำร้ายทางเพศผู้มาจากบัลลารัต (Ballarat) เมืองเกิดของคาร์ดินัลเพลล์ กล่าวติหนิโทษแสนเบา “ทำไมเราจึงต้องนำเอาอายุจำเลยเข้ามาพิจารณาด้วย? เขาทำลายหลายชีวิตไปแล้ว”

ผู้ร้องหลักที่ก่อให้เกิดคดีนี้ ซึ่งไม่มีการเอ่ยถึงชื่อได้ตามกฎหมายออสเตรเลียที่มุ่งคุ้มครองผู้ยังคงชีวิตหลังจากถูกกระทำล่วงละเมิดทางเพศ ประกาศว่าความเจ็บปวดและวิตกกังวลของเขายังคงดำเนินอยู่ตลอดเวลา ผ่านแถลงการณ์ที่อ่านต่อหน้านักข่าวโดย วิเวียน วอลเลอร์ (Vivian Waller) ทนายควมของเขาหลังจากมีคำพิพากษากำหนดโทษ

“สำหรับเวลานี้ มันเป็นเรื่องยากยิ่งที่ข้าพเจ้าจะรู้สึกสบายใจกับผลที่ออกมาจากคดี” เขากล่าวในแถลงการณ์ “ข้าพเจ้าซาบซึ้งต่อการที่ศาลรับรู้ว่าข้าพเจ้าถูกกระทำไว้อย่างไรในวัยเด็ก แต่ถึงอย่างไรข้าพเจ้าก็ไม่มีวันรู้สึกสงบลงได้เลย”

ในการพิจารณามีการกล่าวถึงอดีตสถานะของจำเลยในวงสังคมระดับสูงสุดของประเทศด้วย และมีอดีตนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียถึงสองคนประกาศตนเป็นผู้สนันสนุน คาร์ดินัล เพลล์ คนหนึ่งคือ จอห์น เฮาเวิร์ด (John Howard) ซึ่งได้ยื่นเอกสารเพื่ออ้างอิงถึงตัวบุคคลไว้ต่อศาล เพื่อพยายามขอการผ่อนบรรเทาการวางโทษ

แต่ในคำแถลงของศาลก่อนการตัดสินกำหนดโทษ ผู้พิพากษาคิดด์ ได้กล่าวอ้างถึงข้อความสถานะทางสังคมและการงานของจำเลยซ้ำหลายหน โดยเฉพาะความมีสมณศักดิ์สูงในงานศาสนจักรและชีวิตนักบวชที่ผ่านมาซึ่งได้ลอยตัวเหนือการกระทำผิดโดยตลอด ผู้พิพากษากล่าวประนามคาร์ดินัลเพลล์กลางศาลอย่างชัดเจนถึง “การล่วงละเมิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า” พร้อมกับบรรยายว่า “ความน่าบัดสีทางเพศอย่างโจ่งแจ้ง” ของเขาเช่นนั้นเป็นสิ่งชั่วร้ายอย่างมหันต์

 

อ้างอิงข้อมูลจาก:
BBC
New York Times

Author

ไพรัช แสนสวัสดิ์
ทำงานหนังสือพิมพ์รายวันฉบับภาษาอังกฤษมาทั้งชีวิต มีความสนใจในระดับหมกมุ่นหลายเรื่อง อาทิ ประวัติศาสตร์ วรรณคดี การเมือง สังคม วัฒนธรรม ศิลปะ จักรยาน ฯลฯ ช่วงทศวรรษ 2520 มีงานแปลทะลักออกมาหลายเล่ม หนึ่งในนั้นคือ Bury my heart at Wounded Knee หรือ ฝังหัวใจข้าไว้ที่วูนเด็ดนี
ปัจจุบันเกษียณตัวเองออกมาทำงานแปลอย่างเต็มตัว แต่ไม่รังเกียจที่จะแปลและเขียนบทวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ หากเป็นประเด็นที่คิดว่ามีประโยชน์ต่อชาวโลก