#ม็อบ19สิงหา 2 ม็อบ 2 แนวทาง เป้าหมายคือประยุทธ์

19 สิงหาคม กลุ่มทะลุฟ้ายังคงจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยนัดหมายชุมนุม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 16.00 น. พร้อมใช้ผ้าดำคลุมบนพานแว่นฟ้าส่วนยอดของอนุสาวรีย์ โดยมีป้ายผ้าข้อความว่า ‘ทรราชในคราบ (คนดี)’ ขึงตรึงระหว่างปีกทั้งสองข้าง

facebook.com/thalufah

“ถ้าตายไป ก็อยู่ชดใช้กรรมในนรกนะครับ ผมเชื่อว่าองคาพยพของท่านก็คงอยู่ในนั้นเหมือนกัน” ผู้ปราศรัยต่างผลัดเปลี่ยนขึ้นไฮด์ปาร์ค วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล เรียกร้องให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รับผิดชอบด้วยการลาออก รวมถึงการอภิปรายการใช้งบประมาณของรัฐ และปัญหาของระบบการศึกษา ฯลฯ

บรรยากาศการชุมนุมมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การโปรยกระดาษสะท้อนข้อเรียกร้องของประชาชน เช่น ‘ส.ว. 250 ออกไป’ ‘ประยุทธ์ออกไป’ กิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนผืนผ้าใบสีขาว แทนสัญลักษณ์การร่างรัฐธรรมนูญโดยประชาชน 

อีกหนึ่งไฮไลท์คือ กิจกรรม ‘ตะโกนทะลุฟ้า’ เป็นกิจกรรมที่ให้ผู้ร่วมชุมนุมขึ้นจับไมค์พร้อมระบายความอัดอั้นตันใจอย่างเผ็ดร้อน ซึ่งทุกเสียงของประชาชนได้สะท้อนถึงความไม่พอใจต่อรัฐบาลที่ทำให้ประเทศตกต่ำ เศรษฐกิจพังพินาศ และไร้ความสามารถในการควบคุมโรคระบาด 

facebook.com/thalufah

18.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมยืนชู 3 นิ้วเคารพธงชาติ ขณะที่มวลชนรอบข้างส่งเสียงบีบแตรเป็นระยะ หลังจากนั้นจึงยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตจาก COVID-19

‘ไม่มีคนบนฟ้า’ ถูกบรรเลงเป็นแทร็คแรกของการแสดงดนตรีสดโดยวงทะลุฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมช่วยผ่อนคลายให้แก่ผู้เข้าร่วมชุมนุม หลังจากกิจกรรมแสดงดนตรีสดแล้ว ก็มีผู้ปราศัยสลับขึ้นพูดอีกคำรบหนึ่ง 

18.30 น. เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน (คฝ.) และรถจีโน่ปรากฏบริเวณที่ชุมนุม แต่ไม่มีการปะทะใดๆ เกิดขึ้น โดยแกนนำทะลุฟ้าขอให้ผู้ชุมนุมเว้นระยะห่างจากเจ้าหน้าที่ 200 เมตร เพื่อความปลอดภัยจากการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐ

19.00 น. กลุ่มทะลุฟ้าเผากองฟางซึ่งถูกจัดเรียงเป็นคำว่า ‘ประยุทธ์ออกไป’ โดยย้ำว่าการเผากองฟางหรือชุดหุ่น เป็นไปตามหลักสันติวิธี เพราะฟางที่นำมานั้นไม่ใช่ทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน และไม่ใช่ข้ออ้างที่ คฝ. จะเข้าปราบปรามผู้ชุมนุม

19.05 น. หลังเสร็จกิจกรรมเผากองฟาง กลุ่มทะลุฟ้าได้ประกาศยุติการชุมนุม โดยการชุมนุมครั้งนี้ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยปราศจากความรุนแรงใดๆ จากนั้นผู้ชุมนุมจึงทยอยเดินทางกลับท่ามกลางควันไฟที่ค่อยๆ ดับมอด และเสียงบีบแตรกึกก้องสนั่น

facebook.com/thalufah

สามเหลี่ยมดินแดงยังเดือด

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลาประมาณ 16.50 น. มวลชนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ เริ่มมีการรวมตัวกันที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ซึ่งเป็นจุดที่มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ คฝ. มาอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายเจ้าหน้าที่เองยังคงตรึงกำลังรับมือแน่นหนา พร้อมกับตู้คอนเทนเนอร์ที่วางกีดขวางอยู่ที่บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตเช่นเดิม 

เพียงไม่นานก็เกิดการปะทะขึ้นอีกครั้ง โดยเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ระดมยิงสกัดผู้ชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตาวิถีโค้งจากบนทางด่วนลงมาบนถนน ขณะที่ผู้ชุมนุมตอบโต้ด้วยพลุและประทัด นอกจากนี้ยังมีรถยนต์ของประชาชนทั่วไปที่สัญจรผ่านมายังบริเวณดังกล่าว ทำให้ถูกลูกหลงจากการยิงแก๊สน้ำตาของเจ้าหน้าที่ตกใส่ฝากระโปรงรถ

อนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อคืนวันที่ 16 สิงหาคม 2564 มีผู้บาดเจ็บอายุ 15 ปี ถูกนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี หลังถูกยิงด้วยกระสุนเข้าที่บริเวณต้นคอหลังกกหูซ้าย ผลเอกซเรย์พบกระสุนฝังที่ไขสันหลังส่วนบนที่เชื่อมต่อกับก้านสมอง ขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และมีอาการสมองบวมจากภาวะขาดออกซิเจนหลังหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว จากเหตุดังกล่าวทำให้พื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงถูกจับตามองว่าจะนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงและการสูญเสีย

18.45 น. คฝ. จัดขบวนตั้งแถวเตรียมเข้ากระชับพื้นที่ มีการประกาศขอให้สื่อมวลชนถอยออกจากพื้นที่ เนื่องจากมีผู้ชุมนุมปาระเบิดปิงปองเข้าใส่เจ้าหน้าที่ อาจทำให้คนทั่วไปถูกลูกหลงได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากพื้นที่แล้ว 

Author

กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า