คน (ไทย) ไร้บ้านในมะนิลา

ความไว้วางใจ น่าจะเป็นอัญมณีที่นักมานุษยวิทยาต้องการจากซับเจ็คต์ที่ตนศึกษา ไม่มีสูตรสำเร็จว่านักมานุษยวิทยาคนหนึ่งจะได้รับความไว้วางใจจากแหล่งข้อมูลหรือซับเจ็คต์ที่เขาศึกษาอย่างไร แต่บุญเลิศได้สาธิตให้เราดูมาหลายตอนแล้วว่า ความไว้วางใจระหว่างเขากับคนไร้บ้านที่กรุงมะนิลาก่อร่างขึ้นมาอย่างไร

จากตากาล็อก 101 ถึง ภาษาข้างถนน

'จากตากาล็อก 101 ถึง ภาษาข้างถนน' เป็นเหมือนบันทึกเบื้องหลังเรื่องเล่าและเรื่องราวใน 'สายสตรีท' เป็นเหมือนเบื้องหลังการถ่ายทำที่ทำให้เราเห็นวิธีการทำงานและวิธีคิดของผู้กำกับภาพยนตร์ บุญเลิศ วิเศษปรีชา ใช้เวลา 2 ปี เรียนภาษาตากาล็อกที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ก่อนลงสนามจริงที่ข้างถนนกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ คอลัมน์ 'สายสตรีท' คือผลลัพธ์ปลายทางที่พวกเราได้อ่านกัน

บ้านข้างถนนของครอบครัวคาเรล

คาเรล เป็นเสมือนผู้จัดการและผู้ดูแล ‘โอติสคอนโดมีนุม’ ที่อยู่ของบรรดาคนไร้บ้าน นิยามของ 'คนไร้บ้าน' นี้ควรเป็น 'housless' มากกว่า 'homeless' หรือเปล่า ยังไม่มีข้อสรุป แต่สำหรับคาเรล เธอไม่สงสัยคำวิชาการ เพราะคำว่า“feel at home” ก็สามารถอธิบายทั้งหมดได้แล้ว

ห่อเปี๊ยะจากถุงขยะของนกนก

หากห้องครัวคือหัวใจของบ้าน ถังขยะก็น่าจะเป็น 'หัวใจ' ของบ้านของคนไร้บ้าน เจโสนมีรายได้จากการขายห่อเปี๊ยะรีไซเคิล หรือห่อเปี๊ยะที่มาจากถุงขยะร้านเบเกอรีที่ทิ้งเจ้าขนมนี่ เพราะหมดอายุแล้ว บุญเลิศ วิเศษปรีชา คุ้ยลึกเข้าไปในหัวใจของบ้าน เจโสนมาอยู่บ้านหลังนี้ที่ริมถนนมะนิลาได้อย่างไร จากหัวใจของบ้านสู่หัวใจของคนในนั้น

เอ็นริเล่ เบื้องหลังฮีโร่

เอ็นริเล่ แตกต่างจากคนไร้บ้านคนอื่นในกรุงมะนิลา พ่อแม่และเขาต่างเรียนจบปริญญาตรีตามมาตรฐานชนชั้นกลาง เขาเกือบได้เป็นวิศวกรเดินเรือ แต่จุดพลิกผันในชีวิตจับเขาโยนลงเรือมาเป็นแรงงานราคาถูกทำหน้าที่ขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือ และความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในครอบครัวของเขา คือความไว้วางใจขาดสะบั้นในครอบครัว ทำให้เขาเลือกที่จะพาตัวเองออกมายังข้างถนนกรุงมะนิลา

ไปเฟียสตากับโจอี้

‘เฟียสตา’ (fiesta) คืองานคืนถิ่นประจำปีของคนฟิลิปปินส์ที่สำคัญพอๆ กับวันคริสต์มาส ‘คนไร้บ้าน’ หลายคนจดจำวันเฟียสตาของท้องถิ่นตัวเองได้แม่นยำ โจอี้-เป็นคนไร้บ้านที่ดีกว่าอีกหลายคน อย่างน้อยเขายังมีบ้านของพี่สาวให้กลับไปหา

วันรวมญาติของดานี่

ที่มาของดานี่ต่างไปจากคนไร้บ้านคนอื่น ครอบครัวของเขาเป็นชนชั้นกลางที่สามารถเขยิบฐานะได้ในสังคมฟิลิปปินส์ แต่ดานี่เลือกพาตัวเองออกมาเป็นคนไร้บ้าน ดอกไม้หน้าที่ฝังศพพ่อแม่คือสิ่งยืนยันเดียวที่บอกแก่พี่น้องว่า เขายังมีชีวิตอยู่

ปมของบาล

บาลเป็นคนรูปร่างอ้วน ตัวเตี้ย ผิวคล้ำ หัวเถิก ฟันหลอ ลูกตาโปน ใบหน้ามีหนวดเคราแข็งๆ แทงออกมาจากเหนือริมฝีปากและใต้คาง บาลเก็บของเก่า รับจ้างล้างจาน ช่วยคนยกของตามสถานีขนส่ง เมื่อได้เงินเขาจะนำไปเสพยาและเที่ยวโสเภณีเป็นครั้งคราว ครั้นมาเรียนไบเบิล ทำให้บาลได้เรียนรู้ที่จะเดินตามทางของพระเจ้า เขาหวังว่าชีวิตเขา จะดีขึ้นสักวันหนึ่ง แม้ว่าชีวิตจะมีปมใหญ่อยู่สองปม