ฮัมบูร์กแบน K-Cup - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

ฮัมบูร์กแบน K-Cup

k cup 2
ที่มา: theconservation.com

 

ต้นปีที่ผ่านมา เมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศเยอรมนีอย่างฮัมบูร์ก ออกมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อมหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือการห้ามใช้เครื่องทำกาแฟแบบ Keurig ที่ต้องใช้คู่กับแคปซูลกาแฟถ้วยเล็กหรือ K-Cup ในอาคารสำนักงานต่างๆ ของเทศบาลเมือง

เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองฮัมบูร์ก แถลงว่า การแบนครั้งนี้สืบเนื่องมาจากข้อเท็จจริงที่ว่า K-Cup หรือ แคปซูลรูปถ้วยพลาสติกขนาดเล็กแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ที่ภายในบรรจุผงกาแฟและฟิลเตอร์กรอง ก่อให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคที่ใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองและสร้างขยะจำนวนมาก มากกว่านั้น K-Cup ยังยากต่อการนำไปรีไซเคิล เพราะทำจากพลาสติกผสมอลูมิเนียม

“ผงกาแฟ 6 กรัมที่บรรจุในแพ็คเกจจิ้งน้ำหนัก 3 กรัม เราในฐานะชาวฮัมบูร์กคิดว่าไม่ควรจะนำเงินจากภาษีประชาชนมาซื้อสิ่งเหล่านี้” แจน ดิวบ์ โฆษกฝ่ายสิ่งแวดล้อมและพลังงานแห่งเทศบาลเมืองฮัมบูร์ก เผยที่มาของนโยบายดังกล่าว

นอกจากเครื่องทำกาแฟชนิดนี้แล้ว เทศบาลเมืองฮัมบูร์กยังสั่งแบนขวดน้ำ เบียร์ จาน และเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่ทำจากพลาสติก แต่ก็ให้ความสำคัญมากที่สุดกับแคปซูลกาแฟแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

k cup 1

เมื่อปีที่แล้ว สื่ออย่าง The Atlantic รายงานว่าถ้าลองเอา K-Cup ที่ขายได้ทั้งหมดในปี 2014 มาเรียงต่อกัน จะสามารถวนรอบโลกได้เกือบ 12 รอบเลยทีเดียว

กระทั่ง จอห์น ซิลแวน ผู้ประดิษฐ์และคิดค้นเครื่องทำกาแฟแบบ Keurig ในปี 1992 ก็ออกมาขอโทษและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่สร้างสรรค์นวัตกรรมนี้ขึ้นมา

“ผมเองไม่มีสักเครื่อง” ซิลแวนยอมรับ “มันเป็นอุปกรณ์การทำกาแฟที่ค่อนข้างแพง ยิ่งกว่านั้นรสชาติยังไม่เหมือนกาแฟดริปที่ขั้นตอนการทำค่อนข้างซับซ้อน” ทั้งนี้ซิลแวนขายหุ้นของเขาในบริษัทออกไปแล้วตั้งแต่ปี 1997 ในราคา 50,000 เหรียญ

แม้จะขึ้นชื่อว่าสร้างขยะ แต่ตลาดการบริโภคกาแฟ K-Cup ยังโตขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา ในตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกาเติบโตกว่าสามเท่าตัว และแคปซูลกาแฟเข้ามาแบ่งสัดส่วนการขายกาแฟถึง 1 ใน 3

โฆษกของ Keurig ติดต่อมายัง GlobalPost หลังจากข่าวนี้เผยแพร่ออกไป โดยแจ้งข้อมูลว่า บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาแคปซูลที่นำไปรีไซเคิลได้

“แคปซูลกาแฟที่รีไซเคิลได้ ได้ทดลองจัดจำหน่ายไปแล้วในอเมริกาเหนือ นี่เป็นประเด็นที่เราให้ความสำคัญอย่างจริงจังแม้มันจะเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง เราวางเป้าหมายไว้ว่าภายในปี 2020 แคปซูลกาแฟถ้วยของเราจะรีไซเคิลได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้เรากำลังออกแบบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมพลาสติกและรีไซเคิล”


ที่มา: globalpost.com

author
ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ
หญิงแกร่งที่ทำงานทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านให้กับ WAY ถ้าเป็นนักฟุตบอลนี่คือผู้เล่นผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์ในสายงานข่าว ทั้งคลุกคลี สัมภาษณ์ บันเทิง ไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้การเป็นคุณแม่ซึ่งมีลูกสาวย่างเข้าวัยรุ่นยังช่วยส่งเสริมให้สามารถปั่นงานด้านเด็กและเยาวชนอย่างเชี่ยวชาญ