เหตุกราดยิงที่บราซิล เมื่อโรงเรียนไม่ปลอดภัยอีกต่อไป - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

เหตุกราดยิงที่บราซิล เมื่อโรงเรียนไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

มือปืนสองคนเปิดฉากยิงกราดในโรงเรียนมัธยมใกล้เมืองเซาเปาโล ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล สังหารคนไปทั้งหมดอย่างน้อยแปดชีวิต รวมถึงเด็กนักเรียนห้าคน แล้วปลิดชีพตนเองลงไปด้วยเมื่อตำรวจมาถึง

มือปืนสองคนอายุ 25 และ 17 ปี สวมผ้าปกปิดใบหน้าเดินเข้าไปในโรงเรียนของรัฐในชุมชนซูซาโน (Suzano) ใกล้กับเมือง เซา เปาโล เวลาประมาณ 9.30 น. ในวันพุธที่ 13 มีนาคม 2019 และเปิดฉากยิงใส่กลุ่มเด็กขณะที่นักเรียนกำลังหยุดพัก

เจ้าหน้าที่ระบุภายหลังว่ามือปืนทั้งสองเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน และนอกจากผู้เสียชีวิตแปดคนแล้วยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 17 ราย

ลูกจ้างของโรงเรียนสองคนกับเจ้าของร้านค้าใกล้เคียงที่สองมือปืนขโมยรถยนต์ออกมาก็ถูกสังหารลงในเหตุการณ์เดียวกัน

พันตำรวจเอกมาร์เซโล แซลเลส (Marcelo Salles) หัวหน้าตำรวจท้องที่กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าผู้เข้าโจมตีมีอาวุธด้วยปืนพกลูกโม่ .38 หน้าไม้ คันธนูและลูกธนู และยังมีวัตถุระเบิดปลอมอีกด้วย “ในการทำงานตำรวจมา 34 ปี ผมไม่เคยเห็นการโจมตีด้วยหน้าไม้ มันไม่ได้อยู่ในความคิดโดยสิ้นเชิง” เขากล่าว

นักเรียนคนหนึ่งชื่อ โรสนี กรอตลิเวด (Rosni Grotliwed) อายุ 15 ปีบอกกับเว็บไซต์ข่าว G1 ว่านักเรียนกำลังกินของว่างตอนเช้าเมื่อได้ยินเสียงลูกปืนแตกปะทุแล้วทุกคนจึงเริ่มออกวิ่ง

“พวกเขาวิ่งไล่ตามหลังพวกเรา แล้วเริ่มยิงฆ่าผู้คนจำนวนมาก” นักเรียนกล่าว “เขาร้องตะโกนด้วย แต่ฉันไม่เข้าใจว่าเขาพูดถึงอะไร”

พนักงานเตรียมอาหาร ซิลมารา เดอ โมราเลส (Silmara de Moraes) วัย 54 ปีกล่าวว่าเธอช่วยซ่อนนักเรียน 50 คนไว้ในห้องครัว “มันหมดหวังจริงๆ เพราะมีเสียงยิงปืนหลายนัดมาก เสียงดังเหลือเกิน ทุกคนตื่นตระหนก” เธอบอกกับเจ้าหน้าที่

เจา ปิเรซ เดอ แคมโปซ (João Pires de Campos) เลขานุการด้านความปลอดภัยของเมืองเซาเปาโลกล่าวว่ามือปืนผู้โจมตีทั้งสองเป็นนักเรียนเก่าที่โรงเรียน เมื่อเช้าวันพุธพวกเขายิงสังหารเจ้าของธุรกิจและขโมยรถที่พวกเขาเคยขับรถไปโรงเรียน

สองคนนั่นยังถือระเบิดปลอมเพื่อทำให้ตำรวจสับสน “มันเป็นแพ็คเกจของปลอม” เดอ แคมโปซ บอกนักข่าว

ข่าวโทรทัศน์ของช่อง Globo TV แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดของนักเรียนที่กำลังหวาดน่ากลัวแตกหนีออกจากโรงเรียน ขณะเสียงปืนดังกึกก้อง ส่งขยายความสยองขวัญไปทั่วบราซิล

แม้ว่าประเทศนี้จะมีอัตราการฆาตกรรมสูงมาก สงครามนองเลือดระหว่างแก๊งนักเลง และการจลาจลในคุกหลายครั้ง แต่บราซิลแทบจะไม่เคยมีประสบการณ์เขย่าขวัญเรื่องการยิงสังหารในโรงเรียน หรือการสังหารหมู่ซึ่งกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วในสหรัฐอเมริกา

“มันเป็นฉากน่าเศร้าที่สุดที่ผมเคยเห็นในชีวิต” เจา โดเรีย (João Doria) ผู้ว่าการรัฐเซาเปาโลกล่าวกับผู้สื่อข่าวในที่เกิดเหตุ

ริการ์โด เวเลซ โรดริเกซ (Ricardo Vélez Rodríguez) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการบราซิลทวีตว่า “เด็กและคนหนุ่มสาวเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของชาติ จะไม่เป็นที่ยอมรับได้เลยหากพวกเขาต้องมาประสบกับความรุนแรงทุกรูปแบบ”

ตำรวจแจ้งชื่อมือปืนผู้โจมตีสองคนว่า กูเยร์เม ทอซิ มอนไตโร (Guilherme Taucci Monteiro) อายุ 17 ปี และ ลุยซ์ เอนริก เดอ คัสโตร (Luiz Henrique de Castro) อายุ 25 ปี และกล่าวว่าตำรวจไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับแรงจูงใจให้ลงมือสังหารหมู่

ก่อนหน้านี้ พันตำรวจเองซาลเลซกล่าวว่าก่อนที่ทั้งสองเดินเข้าในโรงเรียนประถมและมัธยม ราอูล บราซิล (Raul Beazil) สองคนเข้าไปยิงเจ้าของรถที่ร้านล้างรถใกล้เคียง ในช่วงเวลานั้นมีเพียงนักเรียนมัธยมอยู่ในอาคารเท่านั้น

วิดีโอกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่าชายหนุ่มสองคนกำลังออกจากรถสีขาวที่จอดอยู่หน้าโรงเรียนแล้วเดินเข้าไปในโรงเรียนก่อนที่ต่อมานักเรียนจะเริ่มวิ่งออกจากประตู

เว็บไซต์ข่าว G1 กล่าวว่ามีนักเรียนสี่คนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุและอีกสองคนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ยังไม่ได้มีการเปิดเผยชื่อออกมา

ภาพจากด้านหลังของโรงเรียนแสดงให้เห็นว่านักเรียนกระโดดข้ามกำแพงเตี้ยก่อนที่จะเปิดประตูด้านข้างขณะรถตำรวจมาถึงพอดี ผู้ว่าการโดเรียกล่าวว่าตำรวจมาถึงแปดนาทีหลังจากถูกเรียกตัว

มกราคมที่ผ่านมา ชาอีร์ โบลโซนาโร (Jair Bolsonaro) ประธานาธิบดีนิยมฝ่ายขวาจัดคนใหม่ของบราซิลได้รณรงค์นโยบายต่อต้านอาชญากรรมที่เข้มงวด และสัญญาว่าจะลดหย่อนข้อจำกัดในการครอบครองอาวุธปืน

กว่าสี่ชั่วโมงหลังจากมีข่าวการยิงกราดออกสู่สาธารณะครั้งแรก ประธานาธิบดีโบลซานาโรได้แสดงความเสียใจผ่าน Twitter โดยประนามว่าการโจมตีครั้งนี้เป็น “ความโหดเหี้ยมและความขี้ขลาดอย่างล้นเหลือ”

“ขอให้พระเจ้าปลอบโยนหัวใจของทุกคน!” เขาทวีต

ลูกชายนักการเมืองของเขา ฟลาวิโอ โบลโซนาโร (Flávio Bolsonaro) ตำหนิว่าการยิงกราดเกิดขึ้นหลังจากกฎหมายปี 2003 ที่จำกัดการซื้อและครอบครองอาวุธปืน “เป็นอีกโศกนาฏกรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้เยาว์ และอีกครั้งหนึ่งที่มันพิสูจน์ถึงความล้มเหลวของกฎหมายการปลดอาวุธที่ไม่เข้าท่าซึ่งยังคงมีผลบังคับใช้” เขาทวีต

โบลโซนาโรสัญญาว่าจะปฏิรูปพระราชบัญญัติการลดอาวุธปี 2003 เพื่อ “รับประกันสิทธิของพลเมืองในการป้องกันตนเองตามกฎหมาย” เมื่อเดือนมกราคมรัฐบาลของเขาได้ออกกฤษฎีกาทำให้ชาวบราซิลสามารถซื้อและเก็บรักษาปืนไว้ที่บ้านได้ง่ายขึ้น

แต่ละปี บราซิลมีสถิติคดีฆาตกรรมมากที่สุดในโลก แต่การยิงกราดในโรงเรียนนั้นหาได้ยากมาก ในปี 2011 มือปืนอายุ 23 ฆ่าเด็กวัยรุ่น 12 คนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ริโอ เดอจาเนโร เมืองหลวง ในปี 2017 เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวัย 50 ปีได้จุดไฟเผาที่ ชุมชน Creche ในรัฐ Minas Gerais เพื่อฆ่าตัวตาย และไฟได้คลอกคนอื่นอีก 12 คน ซึ่งเป็นเด็กเก้าคน

 

อ้างอิงข้อมูลจาก:
bbc.com
theguardian.com
nytimes.com

Author

ไพรัช แสนสวัสดิ์
ทำงานหนังสือพิมพ์รายวันฉบับภาษาอังกฤษมาทั้งชีวิต มีความสนใจในระดับหมกมุ่นหลายเรื่อง อาทิ ประวัติศาสตร์ วรรณคดี การเมือง สังคม วัฒนธรรม ศิลปะ จักรยาน ฯลฯ ช่วงทศวรรษ 2520 มีงานแปลทะลักออกมาหลายเล่ม หนึ่งในนั้นคือ Bury my heart at Wounded Knee หรือ ฝังหัวใจข้าไว้ที่วูนเด็ดนี
ปัจจุบันเกษียณตัวเองออกมาทำงานแปลอย่างเต็มตัว แต่ไม่รังเกียจที่จะแปลและเขียนบทวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ หากเป็นประเด็นที่คิดว่ามีประโยชน์ต่อชาวโลก